ฝุ่น PM2.5 หมอกควันเชียงใหม่ พาแมวหมาเข้าบ้านตอนไหน
ตรวจสอบล่าสุด 2026-08-02
- ไม่มีหน่วยงานไหนกำหนดตัวเลข PM2.5 ที่ต้องเก็บสัตว์เลี้ยงไว้ในบ้าน
- ให้ใช้ประสาทสัมผัสตัวเองแทน ถ้าคุณแสบตาหรือได้กลิ่นควัน สัตว์เลี้ยงก็เจอฝุ่นระดับเดียวกัน
- ฤดูเผาภาคเหนืออยู่ช่วงกุมภาพันธ์ถึงพฤษภาคม หนักสุดคือกุมภาพันธ์ถึงเมษายน
- หมาพันธุ์หน้าสั้น สัตว์แก่ สัตว์ท้อง และตัวที่มีโรคหัวใจหรือปอด เสี่ยงกว่าตัวอื่น
- นกไวต่อควันเป็นพิเศษ ควรเก็บไว้ในบ้านช่วงฝุ่นหนัก
- ไอ หายใจลำบาก อ้าปากหายใจ หรือเหงือกซีด คือสัญญาณต้องพาไปหาหมอทันที
คำตอบตรง ๆ พาแมวหมาเข้าบ้านตอนไหน
คำตอบตรง ๆ คือไม่มีตัวเลขตายตัว
ไม่มีหน่วยงานไหนที่เจอในการค้นคว้ารอบนี้ ทั้งของไทยและต่างประเทศ ประกาศค่า AQI หรือ PM2.5 เป็นเกณฑ์เก็บสัตว์เลี้ยงไว้ในบ้านโดยเฉพาะ
ใครบอกตัวเลขเป๊ะ ๆ ว่าเกินเท่านี้ต้องเก็บแมวหมาไว้ในบ้าน ให้ระวังไว้ก่อน เพราะไม่มีแหล่งไหนยืนยันตัวเลขนั้นจริง
สิ่งที่ทำได้จริงคือใช้กฎโครงสร้างแทนตัวเลข ดูจากสภาพอากาศตรงหน้า ดูจากตัวสัตว์เลี้ยงของตัวเอง และดูจากช่วงเวลาที่รู้กันว่าฝุ่นหนัก รายละเอียดอยู่ในหัวข้อถัดไป
ทำไมหมอกควันภาคเหนือถึงเป็นเรื่องต้องระวังจริง
เชียงใหม่มีฤดูเผาช่วงมกราคมถึงเมษายนทุกปี
งานวิจัยในวารสารของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่วัดค่า PM2.5 เฉลี่ยช่วงฤดูเผาไว้ที่ 55.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เดือนมีนาคมหนักสุดเฉลี่ย 78.66
ช่วงพฤษภาคมถึงธันวาคมซึ่งไม่ใช่ฤดูเผา ค่าเฉลี่ยลดลงเหลือ 13.9 เดือนกันยายนต่ำสุดแค่ 6.91 ต่างกันหลายเท่าตัว ยืนยันว่าฤดูหมอกควันเป็นเรื่องจริง ไม่ใช่แค่ความรู้สึก
ค่าเฉลี่ยทั้งปี 2021 อยู่ที่ 41.54 สูงกว่ามาตรฐานฝุ่นรายปีของไทยที่ 15 ไมโครกรัมหลายเท่า
ปีเดียวกันมีถึง 45 วัน หรือราว 12.3% ของปี ที่ค่าฝุ่นรายวันเกินมาตรฐานรายวันของไทย
จังหวัดเชียงใหม่ประกาศห้ามเผาในที่โล่งอย่างเป็นทางการ ตั้งแต่ 1 กุมภาพันธ์ถึง 31 พฤษภาคม 2569
ทั้งจังหวัดมีพื้นที่ถูกเผามากกว่า 1 ล้านไร่ต่อปี แม้จะลดได้กว่า 5 แสนไร่จากปีก่อนหน้าแล้วก็ตาม
IQAir ผู้ตรวจวัดคุณภาพอากาศระดับโลก ระบุว่าช่วงกุมภาพันธ์ถึงเมษายนคืออากาศแย่ที่สุดของปี ก่อนจะดีขึ้นชัดเจนเมื่อเข้าฤดูฝน
ควันและฝุ่นกระทบสัตว์เลี้ยงอย่างไร
ควันจากไฟป่าและหมอกควันกระทบสัตว์เลี้ยงได้ ไม่ใช่แค่คน
สัตว์ที่มีโรคหัวใจหรือโรคทางเดินหายใจอยู่แล้วเสี่ยงมากเป็นพิเศษ
EPA หน่วยงานสิ่งแวดล้อมของสหรัฐฯ ระบุว่าสัตว์แก่ สัตว์เด็ก และสัตว์ท้องก็เสี่ยงมากกว่าปกติเช่นกัน
หมาพันธุ์หน้าสั้นอย่างปั๊กและบูลด็อก มีโอกาสหายใจลำบากง่ายกว่าพันธุ์อื่น ทั้ง EPA และศูนย์สุขภาพสุนัขของมหาวิทยาลัยคอร์แนลระบุตรงกัน
คอร์แนลเสริมว่าบอสตันเทอร์เรียร์ก็เข้าข่ายเดียวกัน
ยังไม่มีแหล่งไหนระบุชื่อแมวพันธุ์หน้าสั้นอย่างเปอร์เซียโดยตรง มีแต่หมาพันธุ์หน้าสั้นที่ถูกระบุชื่อไว้ชัดเจน
แต่โครงสร้างจมูกสั้นแบบเดียวกัน ก็มีแนวโน้มทำให้แมวกลุ่มนี้หายใจลำบากง่ายกว่าเพื่อนได้เหมือนกัน
นกไวต่อควันเป็นพิเศษ EPA ระบุว่าควรเก็บนกไว้ในบ้านในห้องที่อากาศสะอาดกว่า เมื่อมีควันในอากาศ
คอร์แนลอธิบายว่าความเสี่ยงของสัตว์เลี้ยงจากอากาศไม่ดี ใกล้เคียงกับความเสี่ยงของคน คือกระทบหัวใจและปอดเป็นหลัก
ต่างกันตรงที่คนใส่หน้ากากป้องกันได้ แต่สัตว์เลี้ยงทำไม่ได้
สัตวแพทย์ไทยเคยพูดเรื่องนี้ไว้บ้างไหม
มี และเป็นข้อยกเว้นที่ชัดเจนจากเรื่องอื่น ๆ ที่หน่วยงานสัตวแพทย์ไทยมักไม่ค่อยพูดถึง
กรมปศุสัตว์ โดยกองสวัสดิภาพสัตว์และสัตวแพทย์บริการ เผยแพร่อินโฟกราฟิกหัวข้อ เราจะดูแลสัตว์เลี้ยงอย่างไร ให้ห่างไกล PM2.5 เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2569 ก่อนฤดูฝุ่นปีนี้พอดี
เนื้อหาส่วนใหญ่อยู่ในรูปภาพ ไม่ใช่ข้อความที่ดึงมาอ้างอิงตรง ๆ ได้ แต่การมีอยู่ของมันยืนยันว่าหน่วยงานสัตวแพทย์ไทยเริ่มพูดเรื่องนี้แล้วจริง
คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตีพิมพ์งานวิจัยในวารสารของคณะเอง ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างค่า PM2.5 กับจำนวนครั้งที่หมาแมวมาโรงพยาบาลด้วยปัญหาทางเดินหายใจ
ข้อมูลเก็บจากโรงพยาบาลสัตว์เล็ก คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ช่วงตุลาคม 2021 ถึงมีนาคม 2023
ผลที่ได้คือไม่พบความสัมพันธ์ที่มีนัยสำคัญทางสถิติ ทั้งในหมาและแมว
ต้องย้ำสองอย่าง งานวิจัยนี้ใช้ข้อมูลจากกรุงเทพ ไม่ใช่เชียงใหม่
และผลไม่มีนัยสำคัญ ไม่ได้แปลว่า PM2.5 ปลอดภัยกับสัตว์เลี้ยง แค่แปลว่ากลุ่มตัวอย่างนี้ยังไม่พบความสัมพันธ์ที่ชัดเจน
กฎโครงสร้าง ใช้อะไรตัดสินใจแทนตัวเลข
ข้อแรก ใช้ประสาทสัมผัสตัวเองเป็นตัวตั้ง
ถ้าคุณแสบตา ได้กลิ่นควัน หรือเห็นหมอกฝุ่นชัดเจน สัตว์เลี้ยงก็เจอความเข้มข้นระดับเดียวกับคุณ ให้ลดเวลาที่สัตว์เลี้ยงอยู่นอกบ้านทันที
ข้อสอง ให้ความสำคัญกับกลุ่มเสี่ยงก่อนใคร
หมาพันธุ์หน้าสั้น แมวหน้าสั้น สัตว์แก่ สัตว์ท้อง สัตว์ที่มีโรคหัวใจหรือปอด และนก ควรเริ่มระวังเร็วกว่ากลุ่มอื่น แม้ฝุ่นจะยังไม่หนักมาก
ข้อสาม ใช้ช่วงเวลาที่รู้กันว่าฝุ่นหนักเป็นตัวเตือนล่วงหน้า
ช่วงกุมภาพันธ์ถึงพฤษภาคมของภาคเหนือ ให้ตั้งต้นว่าเป็นช่วงต้องระวังไว้ก่อน โดยเฉพาะกุมภาพันธ์ถึงเมษายนซึ่งหนักสุด ไม่ต้องรอดูตัวเลขก่อนค่อยตัดสินใจ
ข้อสี่ อย่ารอจนสัตว์เลี้ยงแสดงอาการก่อนแล้วค่อยเชื่อ
ให้อาการเป็นตัวกระตุ้นให้พาไปหาหมอทันที ไม่ใช่ตัวกระตุ้นให้เริ่มระวัง เพราะตอนนั้นอาจสายไปแล้ว
สัญญาณที่ต้องพาไปหาหมอทันที
ไอหรือขย้อนแห้ง หายใจลำบากหรือได้ยินเสียงหายใจดังขึ้น อ้าปากหายใจ
ตาแดงหรือน้ำตาไหลมาก มีน้ำมูก เหนื่อยง่ายกว่าปกติ
ซึมหรือเดินเซ กินหรือดื่มน้ำน้อยลง
อาการกลุ่มนี้ศูนย์สุขภาพสุนัขของมหาวิทยาลัยคอร์แนลระบุว่าเป็นสัญญาณของผลกระทบจากควันและฝุ่น
ถ้าแมวอ้าปากหายใจ เหงือกซีดเทาหรือม่วง หรือหายใจโดยใช้ท้องมากผิดปกติ ให้ไปฉุกเฉินทันที ไม่ต้องรอ
ดูวิธีสังเกตและเคลื่อนย้ายแมวหายใจลำบากแบบละเอียดเพิ่มเติมได้ในคู่มือแมวหายใจลำบากของเรา
ถ้าแมวไอแต่ไม่แน่ใจว่าไอจริงหรือขย้อนก้อนขน มีคู่มือแยกอาการไอกับขย้อนก้อนขนแยกไว้ต่างหาก อ่านเพิ่มเติมได้เช่นกัน
ทำอะไรได้บ้างระหว่างฝุ่นหนัก
เก็บสัตว์เลี้ยงไว้ในบ้านให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ ปิดประตูหน้าต่างช่วงฝุ่นหนัก
ถ้ามีเครื่องฟอกอากาศ ให้เปิดในห้องที่สัตว์เลี้ยงอยู่บ่อยที่สุด
มีน้ำสะอาดให้ตลอดเวลา
ลดกิจกรรมหนัก ๆ กลางแจ้ง เช่น พาหมาวิ่งหรือเดินเล่นนาน ๆ ช่วงฝุ่นหนัก เปลี่ยนเป็นเดินสั้น ๆ หรือเล่นในบ้านแทน
กลุ่มเสี่ยงอย่างนก หมาแมวพันธุ์หน้าสั้น สัตว์แก่ สัตว์ท้อง และตัวที่มีโรคหัวใจหรือปอด ควรงดออกนอกบ้านไปเลยถ้าเป็นไปได้ ช่วงฝุ่นหนักที่สุด
สังเกตอาการสัตว์เลี้ยงสม่ำเสมอตลอดฤดูฝุ่น
ถ้าเริ่มไอ หายใจแรงขึ้น หรือซึมผิดปกติ อย่ารอให้หายเอง พาไปหาหมอตั้งแต่อาการยังไม่หนัก
คำถามที่พบบ่อย
PM2.5 เท่าไหร่ถึงต้องเก็บแมวหมาไว้ในบ้าน
ไม่มีตัวเลขทางการ ยังไม่มีหน่วยงานไหนประกาศเกณฑ์ AQI หรือ PM2.5 สำหรับสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะ ให้สังเกตแทน ถ้าคุณแสบตาหรือได้กลิ่นควัน ให้ลดเวลาสัตว์เลี้ยงอยู่นอกบ้านทันที
ฝุ่นภาคเหนือหนักที่สุดช่วงไหนของปี
กุมภาพันธ์ถึงพฤษภาคมคือฤดูเผาของเชียงใหม่ กุมภาพันธ์ถึงเมษายนหนักสุด มีนาคมมักเป็นเดือนที่ฝุ่นสูงสุดของปี
มีสัตวแพทย์ไทยพูดเรื่อง PM2.5 กับสัตว์เลี้ยงไหม
มี กรมปศุสัตว์เผยแพร่อินโฟกราฟิกเรื่องนี้ต้นปี 2569 คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ก็เคยวิจัยเรื่องนี้ แต่ข้อมูลมาจากกรุงเทพ ไม่ใช่เชียงใหม่ และผลยังไม่พบความสัมพันธ์ชัดเจน
แมวพันธุ์หน้าสั้นอย่างเปอร์เซียเสี่ยงกว่าแมวทั่วไปไหม
ยังไม่มีแหล่งไหนระบุชื่อแมวพันธุ์หน้าสั้นโดยตรง มีแต่หมาพันธุ์หน้าสั้นอย่างปั๊กและบูลด็อกที่ถูกระบุไว้ชัดเจน โครงสร้างจมูกแบบเดียวกันก็น่าจะทำให้แมวกลุ่มนี้หายใจลำบากได้เหมือนกัน
นกเสี่ยงกว่าแมวหมาตอนฝุ่นหนักไหม
เสี่ยงกว่า สมาคมสัตวแพทย์อเมริกันระบุว่านกไวต่อควันและฝุ่นเป็นพิเศษ ไม่ควรปล่อยนกไว้นอกบ้านช่วงมีควันหรือฝุ่น
แหล่งอ้างอิง: cmuj.cmu.ac.th · chiangmai.prd.go.th · chiangmai.prd.go.th · www.iqair.com · www.epa.gov · www.vet.cornell.edu · vetservice.dld.go.th · he01.tci-thaijo.org