MeowNavi

แมวหรือหมากินพืชมีพิษ ทำยังไงดี: วิธีปฐมพยาบาลก่อนถึงมือหมอ

ตรวจสอบล่าสุด 2026-07-02

ทำตามนี้ก่อน
  • พาสัตว์ออกห่างจากต้นไม้ แล้วเขี่ยเศษใบหรือดอกที่ค้างในปากออกเท่าที่เห็น อย่าล้วงลึกลงคอ
  • ห้ามทำให้อาเจียนเองเด็ดขาด ถ้าสัตวแพทย์ไม่ได้สั่ง โดยเฉพาะแมว เพราะอาจอันตรายกว่าตัวพิษเอง
  • ถ่ายรูปต้นไม้ทั้งต้นและใบ จดว่ากินไปประมาณเท่าไหร่ เมื่อกี่โมง
  • โทรหาโรงพยาบาลสัตว์ทันที แม้ยังไม่มีอาการอะไรเลย แล้วทำตามที่หมอบอก
  • ถ้าเป็นแมวกับดอกลิลลี่ หรือหมาแมวกับต้นปรง ไม่ต้องรอดูอาการ ไปโรงพยาบาลเดี๋ยวนี้
  • เก็บตัวอย่างพืชใส่ถุง ถ้าอาเจียนแล้วให้เก็บตัวอย่างอ้วกไปด้วย

3 สิ่งที่ต้องทำทันที

อย่างแรก พาแมวหรือหมาออกห่างจากต้นไม้นั้นก่อน แล้วดูในปาก ถ้ามีเศษใบหรือดอกค้างอยู่ ให้เขี่ยออกเบา ๆ เท่าที่มองเห็น อย่าพยายามล้วงลึกลงคอ เพราะเสี่ยงโดนกัดและอาจดันเศษพืชลงไปลึกกว่าเดิม

อย่างที่สอง เก็บข้อมูลให้เร็วที่สุด ถ่ายรูปต้นไม้ทั้งต้น ใบ และดอกให้ชัด ถ้ารู้ชื่อให้จดไว้เลย กะปริมาณที่หายไปว่ากี่ใบหรือกี่คำ และจดเวลาที่คิดว่ากินเข้าไป ข้อมูลสามอย่างนี้คือสิ่งที่หมอจะถามเป็นอย่างแรก และมีผลโดยตรงต่อวิธีรักษา

อย่างที่สาม และสำคัญที่สุด ห้ามทำให้อาเจียนเองโดยที่สัตวแพทย์ไม่ได้สั่ง นี่คือความเข้าใจผิดอันดับหนึ่งของเจ้าของสัตว์ ศูนย์ควบคุมพิษในสัตว์เลี้ยงของ ASPCA ย้ำชัดว่าการทำให้อาเจียนเองที่บ้านอาจอันตรายกว่าตัวพิษ เพราะพืชบางชนิดมีฤทธิ์กัดกร่อน ถ้าอาเจียนออกมาจะเผาหลอดอาหารซ้ำอีกรอบ และสัตว์ที่เริ่มซึมหรือชักอาจสำลักอ้วกเข้าปอดจนปอดอักเสบรุนแรง

วิธีพื้นบ้านอย่างการกรอกเกลือหรือไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ยิ่งอันตราย เกลือปริมาณมากทำให้ชักและโคม่าได้ ส่วนไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์นั้นคู่มือสัตวแพทย์ Merck ระบุว่าห้ามใช้ในแมวเด็ดขาด เพราะทำให้กระเพาะอักเสบรุนแรงถึงขั้นเลือดออก สิ่งที่ควรทำคือโทรหาโรงพยาบาลสัตว์ทันที บอกชื่อพืช ปริมาณ และเวลา แล้วทำตามคำแนะนำของหมอเท่านั้น

อาการแบบไหนต้องไปโรงพยาบาลเดี๋ยวนี้

กลุ่มที่ต้องออกจากบ้านทันที ไม่ต้องโทรถามก่อน: ชัก ตัวสั่นหรือกล้ามเนื้อกระตุก หายใจลำบากหรือหอบผิดปกติ เหงือกซีดขาวหรือออกม่วง เดินเซล้มลุก และหมดสติหรือปลุกไม่ค่อยตื่น อาการกลุ่มนี้หมายถึงพิษกำลังออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทหรือระบบไหลเวียนเลือดแล้ว ทุกนาทีมีผล

กลุ่มที่ต้องโทรหาหมอทันทีและเตรียมตัวไป: อาเจียนซ้ำหลายรอบ ถ่ายเหลว น้ำลายไหลเยอะผิดปกติ ซึมลงชัดเจน ไม่ยอมกินอะไรเลย หรือฉี่น้อยลงจนผิดสังเกต โดยเฉพาะข้อสุดท้ายในแมว เพราะอาจเป็นสัญญาณว่าไตเริ่มมีปัญหา

กลุ่มอาการระคายเคืองปาก เช่น สะบัดหัว เอาอุ้งเท้าขยี้ปาก น้ำลายยืด ปากหรือลิ้นบวม มักเกิดจากพืชกลุ่มผลึกแคลเซียมออกซาเลตที่คนไทยปลูกกันทั่วบ้าน เช่น เดหลี พลูด่าง มอนสเตอร่า อาการกลุ่มนี้ส่วนใหญ่ไม่ถึงชีวิต แต่ถ้าลิ้นหรือคอบวมมากจะกระทบการหายใจ ควรโทรปรึกษาหมอทุกครั้ง

ข้อยกเว้นสำคัญ: ถ้าพืชที่กินคือลิลลี่ (ในแมว) หรือปรง ไม่ต้องรอให้มีอาการใด ๆ ทั้งสิ้น ไปโรงพยาบาลทันที เหตุผลอยู่ในสองหัวข้อถัดไป

ต้องเตรียมอะไรไปให้หมอบ้าง

เอาตัวอย่างพืชไปด้วยถ้าทำได้ เด็ดใบหรือกิ่งใส่ถุงซิปหรือถุงพลาสติก ถ้าไม่สะดวกให้ถ่ายรูปแทน โดยถ่ายทั้งต้นหนึ่งรูป ใบระยะใกล้หนึ่งรูป และดอกหรือผลถ้ามี ถ้าเป็นต้นไม้ที่เพิ่งซื้อและยังมีป้ายชื่อ ให้ถ่ายป้ายไปด้วย

ถ้าสัตว์อาเจียนแล้ว เก็บตัวอย่างอ้วกใส่ถุงไปให้หมอดู ฟังดูไม่น่าอภิรมย์ แต่ช่วยยืนยันได้ว่ากินอะไรเข้าไปและออกมามากแค่ไหน

เตรียมข้อมูลให้พร้อมตอบ: กินเมื่อกี่โมง ปริมาณประมาณเท่าไหร่ น้ำหนักตัวสัตว์ โรคประจำตัว และยาที่กินอยู่ เหตุผลที่ข้อมูลพวกนี้สำคัญมากคือ พิษส่วนใหญ่ไม่มีชุดตรวจสำเร็จรูป หมอต้องรู้ก่อนว่ากำลังรับมือกับอะไรถึงจะเลือกวิธีรักษาถูก การระบุชนิดพืชได้เร็วจึงเท่ากับเริ่มรักษาถูกทางได้เร็ว

กรณีพิเศษ: ลิลลี่กับแมว โดนนิดเดียวก็ฉุกเฉิน

ลิลลี่แท้ (สกุล Lilium) และเดย์ลิลลี่ (สกุล Hemerocallis) เป็นพิษร้ายแรงต่อไตแมวทุกส่วนของต้น ทั้งกลีบดอก ใบ ก้าน เกสร ไปจนถึงน้ำในแจกัน Pet Poison Helpline ระบุว่าแค่แมวเลียเกสรที่ติดขนตัวเอง หรือกินน้ำในแจกันที่ปักลิลลี่ ก็ทำให้ไตวายเฉียบพลันได้

อาการช่วงแรกภายใน 0 ถึง 12 ชั่วโมงคือ ซึม อาเจียน น้ำลายไหล ไม่กินอาหาร จากนั้นไตจะเริ่มล้มเหลวภายใน 24 ถึง 72 ชั่วโมง จุดที่โหดคือบางตัวอาการช่วงแรกดูเหมือนดีขึ้น ทั้งที่ไตกำลังพังอยู่ข้างใน

เพราะฉะนั้นกฎของลิลลี่มีข้อเดียว: สงสัยว่าแมวโดนลิลลี่ไม่ว่าทางไหน ไปโรงพยาบาลทันที ไม่ต้องรอดูอาการ องค์การอาหารและยาสหรัฐฯ (FDA) ระบุว่าถ้าเริ่มรักษาได้เร็ว โอกาสรอดสูง แต่ถ้าปล่อยจนไตวายแล้วค่อยไป ความเสียหายอาจถาวรหรือถึงชีวิต ถ้ามีลิลลี่ในบ้าน เอาไปทิ้งพร้อมน้ำในแจกันวันนี้เลยจะปลอดภัยที่สุด

กรณีพิเศษ: ต้นปรง อันตรายถึงชีวิตทั้งหมาและแมว

ปรง (sago palm ตระกูล Cycas) เป็นไม้ประดับยอดนิยมในสวนไทยและบางบ้านปลูกเป็นบอนไซ ทุกส่วนของต้นมีสารพิษ cycasin ที่ทำลายตับ โดยเมล็ดคือส่วนที่พิษเข้มข้นที่สุด Pet Poison Helpline ระบุว่าแค่หนึ่งถึงสองเมล็ดก็ถึงตายได้

อาการเริ่มเร็ว ตั้งแต่ 15 นาทีจนถึงไม่กี่ชั่วโมงหลังกิน จะอาเจียน น้ำลายไหล ไม่กินอาหาร ถ่ายเหลว ภายในราว 4 ชั่วโมงอาจเริ่มเห็นอาการทางประสาท เช่น อ่อนแรง เดินเซ ชัก และตับจะล้มเหลวภายใน 2 ถึง 3 วัน

ตัวเลขที่ต้องรู้: ข้อมูลจากศูนย์ควบคุมพิษในสัตว์เลี้ยง ASPCA ที่ VCA อ้างอิง ระบุอัตราการเสียชีวิตราว 32 ถึง 50 เปอร์เซ็นต์ แม้จะได้รับการรักษาแล้ว นี่จึงเป็นอีกกรณีที่ห้ามรอดูอาการ กินปรงเมื่อไหร่ ไปโรงพยาบาลเมื่อนั้น ยิ่งถึงมือหมอก่อนพิษดูดซึมมาก โอกาสรอดยิ่งสูง

ถึงโรงพยาบาลแล้ว หมอจะทำอะไรบ้าง

รู้ไว้ก่อนจะได้ไม่ตกใจและตัดสินใจได้เร็วขึ้น อย่างแรกหมอจะซักประวัติจากข้อมูลที่คุณเตรียมมา แล้วประเมินว่าควรเอาพิษออกจากตัวยังไง ถ้ากินมาไม่นานและชนิดพืชปลอดภัยที่จะทำ หมอจะใช้ยาทำให้อาเจียนที่ออกแบบมาสำหรับสัตว์โดยเฉพาะ ซึ่งต่างจากวิธีทำเองที่บ้านตรงที่ควบคุมได้และมีทีมพร้อมช่วยถ้ามีปัญหา

ขั้นถัดไปมักเป็นถ่านกัมมันต์ (activated charcoal) เพื่อดูดซับพิษที่เหลือในทางเดินอาหาร ร่วมกับการให้น้ำเกลือทางหลอดเลือดเพื่อประคองไตและตับ และยาตามอาการ เช่น ยาแก้อาเจียน ยาปกป้องกระเพาะ

หมอจะเจาะเลือดดูค่าไตและตับเป็นระยะ กรณีลิลลี่หรือปรงมักต้องนอนโรงพยาบาล 1 ถึง 3 วันเพื่อให้น้ำเกลือต่อเนื่องและเฝ้าระวังอวัยวะล้มเหลว ทั้งหมดนี้เป็นแนวทางมาตรฐานตามคู่มือสัตวแพทย์ Merck เรื่องการรักษาภาวะพิษ จุดที่อยากให้จำคือ มาเร็วรักษาง่ายกว่า ตัวสัตว์ทรมานน้อยกว่า และค่าใช้จ่ายมักต่ำกว่ามาก

ป้องกันไว้ก่อน: เช็กชื่อพืชก่อนพาเข้าบ้าน

เคสพืชพิษเกือบทั้งหมดป้องกันได้ด้วยนิสัยเดียว คือเช็กชื่อพืชทุกต้นก่อนซื้อ ไม่ว่าจะเป็นไม้กระถาง ดอกไม้ในแจกัน หรือไม้จัดสวน ASPCA มีฐานข้อมูลพืชพิษต่อหมาแมวที่ใช้อ้างอิงกันทั่วโลก และ MeowNavi ก็มีตัวเช็กพืชพิษภาษาไทยให้ค้นได้เลย

พืชยอดนิยมในบ้านไทยที่อยู่ในบัญชีพิษของ ASPCA มีมากกว่าที่คิด เช่น พลูด่าง เดหลี มอนสเตอร่า ลิ้นมังกร ว่านหางจระเข้ และยางอินเดีย ส่วนใหญ่พิษระดับระคายเคือง แต่ลิลลี่กับปรงคือระดับอันตรายถึงชีวิต

สำหรับบ้านที่มีแมว การวางต้นไม้ให้พ้นมือไม่ใช่คำตอบ เพราะแมวปีนถึงเกือบทุกที่ ทางที่ชัวร์คือไม่พาต้นที่พิษร้ายแรงเข้าบ้านตั้งแต่แรก และสุดท้าย จดเบอร์โรงพยาบาลสัตว์ 24 ชั่วโมงที่ใกล้บ้านที่สุดติดตู้เย็นหรือเซฟไว้ในมือถือ วันที่ต้องใช้จริงคุณจะไม่มีเวลานั่งหา

ถ้าตอนนี้คุณกำลังต้องการหมอด่วน MeowNavi รวมรายชื่อโรงพยาบาลสัตว์ 24 ชั่วโมงทั่วไทยไว้ให้แล้ว และก่อนซื้อต้นไม้ต้นถัดไป ลองค้นชื่อในตัวเช็กพืชพิษของเราก่อนทุกครั้ง

คำถามที่พบบ่อย

ให้กินนมช่วยล้างพิษได้ไหม

ไม่ได้ นี่คือความเชื่อผิด ๆ ที่พบบ่อยที่สุดอันหนึ่ง Pet Poison Helpline ระบุว่านมไม่ช่วยล้างพิษในเคสส่วนใหญ่ แถมหมาแมวจำนวนมากแพ้แลคโตส นมจึงอาจทำให้อาเจียนและถ่ายเหลวหนักขึ้น แทนที่จะหานม ให้ใช้เวลานั้นโทรหาโรงพยาบาลสัตว์ดีกว่า

ทำให้อาเจียนเองที่บ้านได้ไหม

ห้ามทำถ้าสัตวแพทย์ไม่ได้สั่ง โดยเฉพาะในแมว คู่มือสัตวแพทย์ Merck ระบุชัดว่าห้ามใช้ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ในแมวเพราะทำให้กระเพาะอักเสบรุนแรงถึงขั้นเลือดออก ส่วนการกรอกเกลือทำให้ชักและโคม่าได้ และถ้าพืชนั้นมีฤทธิ์กัดกร่อน การอาเจียนจะเผาหลอดอาหารซ้ำ ถ้าจำเป็นต้องทำจริง หมอจะเป็นคนสั่งและบอกวิธีเอง

ยังไม่มีอาการอะไรเลย ต้องไปหาหมอไหม

ขึ้นกับชนิดพืช ถ้าเป็นลิลลี่ (ในแมว) หรือปรง ต้องไปทันทีเสมอแม้ดูปกติดี เพราะไตและตับอาจกำลังถูกทำลายก่อนอาการจะโผล่ และถ้ารอจนมีอาการมักสายเกินไป ส่วนพืชชนิดอื่นหรือกรณีไม่แน่ใจว่าต้นอะไร ให้โทรปรึกษาโรงพยาบาลสัตว์ก่อนทุกครั้ง อย่าตัดสินใจเองว่าไม่เป็นไร

แค่เคี้ยวแล้วคายทิ้ง ไม่ได้กลืน อันตรายไหม

อันตรายได้ พืชกลุ่มแคลเซียมออกซาเลตอย่างเดหลี พลูด่าง มอนสเตอร่า แค่เคี้ยวก็ทำให้ปากและลิ้นบวมได้ และถ้าเป็นลิลลี่กับแมว การเคี้ยวหรือแม้แต่เลียเกสรที่ติดขนก็เพียงพอที่จะทำให้ไตวาย เพราะฉะนั้นให้ปฏิบัติเหมือนกินเข้าไปแล้ว คือถ่ายรูปพืช โทรหาหมอ และเฝ้าดูอาการใกล้ชิด

ซื้อถ่านกัมมันต์มาป้อนเองได้ไหม

ไม่ควร ถ่านกัมมันต์ใช้ได้ผลกับพิษบางชนิดเท่านั้น ให้ผิดจังหวะหรือผิดขนาดอาจทำให้สำลักเข้าปอด หรือทำให้ระดับโซเดียมในเลือดสูงจนอันตราย และในสัตว์ที่ซึมหรือชักห้ามป้อนอะไรทางปากทั้งสิ้น การให้ถ่านกัมมันต์เป็นการตัดสินใจของสัตวแพทย์หลังประเมินชนิดพิษและอาการแล้วเท่านั้น

เช็คว่าต้นไม้ในบ้านคุณต้นไหนอันตรายได้ที่เครื่องมือเช็คพืชมีพิษ และหาโรงพยาบาลที่เปิดตอนนี้ได้ที่รายชื่อคลินิกสัตว์ 24 ชม.

แหล่งอ้างอิง: www.aspca.org · www.aspca.org · www.petpoisonhelpline.com · www.fda.gov · www.petpoisonhelpline.com · vcahospitals.com · www.merckvetmanual.com · www.merckvetmanual.com · www.petpoisonhelpline.com · www.petpoisonhelpline.com · vcahospitals.com · www.chula.ac.th